วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2550

อยากด่าประสาสัตว์ แต่ว่าไม่ใช่นิสัย คำที่หยาบที่สุดเท่าที่จะด่าคน ๆ นี้ได้ก็คือ "อีตอแหล"

ถ้าคุณหลงมาขอแนะนำว่า

***ต่ำกว่า 18 โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน***
***ภาษากูมึงเป็นภาษาไทยแท้ ๆ ขอนำมาใชในไดอารี่ชั่วคราวหากคิดว่าไม่สุภาพอย่าอ่านเด็ดขาด***
***ถ้าหากว่าคุณเป็นคนธรรมดา ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ไม่เคยกล่าวหาใคร
ไม่เคยป้ายสีใคร หรืออาจจะมีบ้างแต่น้อย หรือคุณมีจิตใจดีงาม
อย่าคิดว่าเรากำลังด่าคุณ แต่ถ้าไม่ใช่ล่ะ..."


อยากด่าประสาสัตว์ แต่ว่าไม่ใช่นิสัย คำที่หยาบที่สุดเท่าที่จะด่าคน ๆ นี้ได้ก็คือ "อีตอแหล"

เปล่าเลย...ปกติแล้วไม่ค่อยจะด่าใคร ไม่มีความต่ำในกมลสันดานแบบนั้น
แต่ว่ามันอึดอัดอัดอั้นตันใจ ถ้าไม่ระบายก็คงตายเสียก่อน
ความรู้สึกมันแน่นหนาจุกอกจะระเบิดสักวัน
ทำไมทุกวันนี้มองไปทางไหนเจอแต่คนเลว ๆ คนแย่ ๆ ก็ไม่รู้
ทำไมสังคมมันถึงได้ถอยหลังลงคลอง จิตใจคนเราถึงได้ต่ำลงไม่มีจุดสิ้นสุด

ไม่เข้าใจว่าทำไมมึงน่ะอุตส่าห์ได้เรียนตั้งสูง คนเรียนจบระดับปริญญาตรีถ้าเทียบกับสัดส่วนประชากรโลกนี่ถือว่ามึงเป็นคนมีค่ามากนะมึง
อาชีพมึงก็ดีแต่ทำไมมึงตัวเป็นสวะสังคมใช้ปัญญาพล่อย ๆ ในการดำเนินชีวิตล่ะ

ทำไมมึงตัดสินคนอื่นด้วยความรู้สึกต่ำ ๆ ปลิ้นปล้อน
ทุกอย่างรวมกันของมึงกูขอเรียกว่า "อีตอแหล"

"ตอแหล" คำนี้ในสังคมสมัยนี้อาจดูไม่รุนแรง แต่สำหรับกูแล้ว มันแรงมาก...
แรงที่สุด เจ็บที่สุด เท่าที่เคยด่าคนอื่นและถูกคนอื่นด่า
(ทั้ง ๆ ที่กูไม่ได้เป็นอย่างที่มึงคนนั้นว่ากูมีค่าสูงกว่าจะคู่ควรกว่าคำว่าตอแหล)

จบแล้ว ขอด่าแค่นี้และให้มันจบแค่นี้
เพราะกูเหนื่อยที่จะต้องหวานอมขมกลืน หน้าชื่นอกตรมแล้วโว้ย
กูไม่ขอสาบแช่งให้มึงตกนรกเทียบเท่ากับน้ำตาที่กูเสียไป
กูไม่ขอสาบแช่งมึงสักนิดเดียว
เพราะกูขออโหสิให้ กูไม่อยากสร้างกรรมดำให้เกิดขึ้นในชีวิตกูหรอก

กูขออโหสิ...

สัพเพสัพตา อเวรา โหนตุ อัพยาปัชชาโหนตุ อนีคาปัชชาโหนตุ สุขีอัตตานัง ปริหารันตุ
จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย ไปผุดไปเกิดเหอะมึง !

ไม่มีความคิดเห็น: